เข้าระบบ

ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:

จำฉันไว้



ลืมรหัสผ่าน?

สมัครสมาชิก!

ใครกำลังใช้งาน

มี2 คน กำลังใช้งาน (มี1 คน กำลังใช้งาน ธรรมะ/สาระ/บทความ)

สมาชิก: 0
บุคคลทั่วไป: 2

มีต่อ...

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

ผู้เข้าชมสัปดาห์นี้ : 217
ผู้เข้าชมเดือนนี้ : 1911
ผู้เข้าชมทั้งหมด : 254671
SmartSection is developed by The SmartFactory (http://www.smartfactory.ca), a division of INBOX Solutions (http://inboxinternational.com)
สาระธรรม > ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน ไม่มีกำหนดวันที่แน่นอนลงไปเพียงแต่ให้อยู่ในระยะ ๑ เดือนก่อนเข้าพรรษา ซึ่ง อยู่ระหว่างแรม ๑ ค่ำ เดือน ๗ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ประเพณีนี้เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล

มีเรื่องเล่ากัน ว่า เนื่องจากภิกษุมีชีวิตอยู่ด้วยการอุปถัมภ์ของฆราวาสและในสมัยนั้นพระ พุทธองค์อนุญาตให้พระภิกษุมีเพียงผ้า ๓ ผืน คือ สบง จีวร และสังฆาฏิ (อังสะ) เท่านั้น ไม่มีผ้ามากผืนสำหรับใช้ผลัดเปลี่ยน ครั้นถึงฤดูฝนผ้าที่ใชัมักเปียกชื้นและซักแห้งไม่ทัน หรือเวลาสรงน้ำไม่มีผ้าไว้ผลัดอาบ พระภิกษุจึงจำต้องเปลือยกายสรงน้ำ นางวิสาขาจึงทูลพระพุทธองค์ขออนุญาตถวายผ้าอาบน้ำฝน ในฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งก็ได้ประทานอนุญาตและถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
ปรกติจะถวายผ้าอาบน้ำฝนและของถวายอื่นๆ เช่น ร่ม ไม้ขีดไฟ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน กระดาษชำระ และของ จำเป็นแก่กิจประจำวันของท่าน ณ พระอุโบสถหรือศาลาการเปรียญที่จัดเอาไว้ หลังจากประเคนของแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา ทายกกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว

อานิสงส์ของการถวายผ้าอาบน้ำฝน
13 อานิสงส์ถวายผ้าอาบน้ำฝน

....การถวายผ้าอาบน้ำฝนมีผลานิสงส์อย่างไร เป็นใจความว่า ในสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถีในวันนั้นเป็นวัน ๘ ค่ำ นางวิสาขาได้ถือเครื่องสักการะ พร้อมด้วยบริวารเป็นอันมากไปสู่สำนักพระพุทธเจ้าถวายเครื่องสักการบูชาพระ รัตนตรัยแล้วบังเอิญฝนตก พระภิกษุทั้งหลายได้เปลือยกายอาบน้ำฝนกันมากมาย นางวิสาขาเห็นเช่นนั้นแล้วก็เกิดความละอาย และคิดในใจว่าพระภิกษุไม่มีผ้าสำหรับอาบน้ำฝน ก็บังเกิดมีจิตศรัทธา คิดจะสร้างผ้าอาบน้ำฝนถวายเป็นทานแล้วก็กลับไปสู่กรุงสาวัตถี จัดแจงหาผ้าได้พอสมควรแล้วพอตอนเย็นก็พาบริวารและผ้านั้นมาสู่สำนักพระพุทธองค์แล้วถวายผ้าอาบน้ำฝนนั้น แก่องค์พระศาสดาพร้อมทั้งภิกษุทั้งหลาย แล้วกราบทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การถวายผ้าอาบน้ำฝนนี้มีผลานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า

พระองค์ได้ตรัสเทศนาว่า ดูกรนางวิสาขา ถ้าบุคคลใดมีจิตศรัทธานำผ้าอาบน้ำฝนมาถวายแก่พระภิกษุในพุทธศาสดาจะมีผลานิสงส์เป็นอเนกประการแล้วพระองค์ทรงนำอดีตนิทานมาแสดงต่อ ไปว่าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีหญิงเข็ญใจคนหนึ่ง มีนามว่า อมัยทาสีอยู่มาวันหนึ่งนางได้เห็นคนทั้งหลาย นำผ้ากาสาวพัตรไปสู่สำนักภิกษุสงฆ์ให้เป็นทาน โดยกระทำให้เป็นผู้อาบน้ำฝน นางอมัยทาสีก็มีศรัทธาอยากจะทำบุญกับเขาบ้าง นางก็คิดว่าจะทำอย่างไรดีหนอ ที่เราจะได้ทำบุญในคราวนี้บ้าง พิจารณาผ้าที่จะให้ทานก็ไม่มี รีบไปหามารดา แล้วบอกความจำนงของตนให้มารดา มารดาก็ตอบว่า เราจะเอามาแต่ที่ไหน เราก็เป็นทาสเขาอยู่ นางอมัยทาสี เมื่อได้ยินดังนี้น้ำตาก็ไหลด้วยความเสียใจ มารดาของนางก็มีจิตสงสาร จึงแนะนำให้นางอมัยทาสีไปขึ้นค่าตัวกับนายนางได้รับคำแนะนำเช่นนั้นแล้วก็มีความยินดีจึงรีบไปหานายของนาง ฝ่ายเศรษฐีผู้เป็นนายก็ปฏิเสธไม่ยอมให้นางอมัยทาสีขึ้นค่าตัว นางไม่มีความสบายใจนางมาคิดว่าเมื่อชาติก่อนนี้เราไม่ทำบุญให้ทาน มาชาตินี้เราจึงได้ตก
ระกำลำบาก ถึงเวลาจะทำบุญกับเขาบ้างก็จะไม่ทำกับเขาคราวนี้จะเป็นตายอย่างไรจะต้องขอทำ บุญให้ได้ในครั้งนี้ ด้วยจิตศรัทธาแรงกล้านางอมัยทาสีทนความอับอาบขายหน้า ได้สละผ้าห่มแล้วนำใบไม้มาเย็บกลัดพอปกปิด บรรเทาความอายแล้วเอาผ้าซักฟอกให้หมดความสกปรกแล้วนำดอกไม้ธูปเทียนพร้อมด้วยผ้าไปสู่ธรรมศาลาถวายผ้าอาบน้ำฝนนั้นในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ก่อนเข้าพรรษาพร้อมกับมหาชนทั้งหลาย แล้วตั้งความปรารถนาว่า ด้วยอานิสงส์ที่ตนได้กระทำบุญในคราวครั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็ญใจไร้ทรัพย์อย่าได้มีในชาติต่อ ๆ ไป จนถึงพระนิพพาน และขอให้พบพระศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ เมื่อคำปรารถนาของนางจบลงแล้ว เทวดาทั้งหลายก็ซ้องสาธุการสนั่นหวั่นไหว


ด้วยอานิสงส์ของนางอมัยทาสีทำบุญในคราวครั้งนั้น อยู่มาได้ ๗ วัน พระเจ้าพันธุมหาราช ได้เสด็จไปพบนางกำลังหาบฟืนมาในระหว่างทางก็เกิดความปฏิพัทธ์รักใคร่ในตัวนางมาก จึงตรัสปราศรัยไต่ถามความตลอดแล้วจึงยกนางขึ้นราชรถนำเข้าไปสู่พระนคร อภิเษกนางให้อยู่ในตำแหน่งอัครมเหสี ครั้นทำลายขันธ์แล้วนางได้ไปเกิดบนสวรรค์มีวิมานทองสูง ๑๕ โยชน์ มีนางฟ้าเป็นบริวาร ๓ พัน ครั้นเสวยทิพย์สมบัติแล้วจนในชาติสุดท้ายนางจะได้เกิดในศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ ได้บรรลุธรรมพิเศษดังนี้แล พระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลงแล้ว ชนทั้งหลายก็ได้ดวงตาเห็นธรรมส่วนนางวิสาขาก็ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย

คำถวายผ้าอาบน้ำฝน
อิมานิ มะยัง ภันเต วัสสิกะสาฏิกานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ วัสสิกะสาฏิกานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคันหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าอาบน้ำฝนกับบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับผ้าอาบน้ำฝนกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์สุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ)


ที่มา :
http://www.skn.ac.th/skl/project1/pa149/pt5.htm
http://www.84000.org/anisong/13.html
http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8% ... 0%B8%B3%E0%B8%9D%E0%B8%99
  View this article in PDF format Print article Send article

Navigate through the articles
วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า) Next article
ข้อเสนอแนะเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง